ค่าโอนรถมือสอง
โอนรถต้องเตรียมค่าธรรมเนียมหลายรายการ กรอกราคาประเมินรถ รู้ยอดที่ต้องจ่ายวันโอนทันที
ตัวอย่าง: รถราคาประเมิน 350,000 บาท → ค่าโอนรวม 1,905 บาท (อากรแสตมป์ 1,750 + ค่าธรรมเนียมอื่น 155 บาท)
ค่าโอนรถแยกเป็นอะไรบ้าง
ยอดที่จ่ายวันโอนไม่ใช่ก้อนเดียว แต่เป็นค่าธรรมเนียมย่อยหลายรายการรวมกัน ก้อนที่ใหญ่ที่สุดคืออากรแสตมป์ ซึ่งคิดตามราคาประเมินของกรมการขนส่งทางบก ในอัตรา 500 บาทต่อราคาประเมินทุก 100,000 บาท (คิดเป็นสัดส่วนตรง ไม่ปัดขึ้นเป็นขั้น) รถราคาประเมิน 350,000 บาทจึงเสียอากรแสตมป์ 1,750 บาท
ที่เหลือเป็นค่าคงที่ก้อนเล็ก ไม่ว่ารถราคาเท่าไหร่ก็เท่ากัน — ค่าคำขอ ค่าธรรมเนียมโอน และค่าตรวจสภาพรถ ส่วนค่าป้ายทะเบียนใหม่จะเกิดเฉพาะเมื่อเปลี่ยนเลขทะเบียน ถ้าใช้ป้ายเดิมก็ไม่ต้องจ่ายส่วนนี้
ราคาประเมินไม่ใช่ราคาที่ซื้อขายกัน
จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุดคือเอาราคาที่ตกลงซื้อขายกันจริงมาคิดอากรแสตมป์ ซึ่งไม่ใช่ — กรมการขนส่งทางบกใช้ราคาประเมินตามยี่ห้อ รุ่น ปี และสภาพรถของตัวเอง รถที่ซื้อขายกันถูกกว่าราคาประเมินก็ยังเสียตามราคาประเมิน และในทางกลับกันก็เช่นกัน ให้เช็คราคาประเมินของรถคันนั้นก่อนถึงจะได้ตัวเลขที่ตรง
อีกเรื่องคือกำหนดเวลา — การแจ้งโอนต้องทำภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดนับจากวันที่ซื้อขาย ถ้าปล่อยไว้เกินกำหนดจะมีค่าปรับเพิ่มจากยอดในหน้านี้ และระหว่างที่ยังไม่โอน ชื่อในทะเบียนยังเป็นของผู้ขาย ซึ่งหมายความว่าใบสั่งและความรับผิดยังตามไปหาผู้ขายอยู่
ตรวจสอบที่มาของตัวเลขได้
อ้างอิงอัตราค่าธรรมเนียม — กรมการขนส่งทางบก อัปเดต 2026-07-21
คำถามที่พบบ่อย
ค่าโอนรถยนต์มือสองมีอะไรบ้าง?
ค่าคำขอ 5 บาท ค่าธรรมเนียมโอน 100 บาท อากรแสตมป์ตามราคาประเมิน และค่าตรวจสภาพรถ 50 บาท ยังไม่รวมค่าป้ายทะเบียนใหม่ถ้าเปลี่ยนป้าย
อากรแสตมป์คำนวณยังไง?
คิดตามสัดส่วนตรง 500 บาทต่อราคาประเมิน 100,000 บาท เศษของบาทปัดทิ้ง
ราคาประเมินรถหาที่ไหน?
ใช้ราคาประเมินจากกรมการขนส่งทางบก ณ วันที่โอน ไม่ใช่ราคาซื้อขายที่ตกลงกันเอง สอบถามได้ที่สำนักงานขนส่งที่โอน
ต้องเปลี่ยนป้ายทะเบียนทุกครั้งไหม?
ไม่ต้องถ้าโอนในจังหวัดเดิมและเจ้าของใหม่ไม่ขอเปลี่ยน แต่ถ้าโอนข้ามจังหวัดหรือขอป้ายใหม่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มประมาณ 200-1,000 บาทตามประเภทป้าย