คำนวณภาษีขายของออนไลน์
กรอกยอดขายทั้งปี รู้ภาษีที่ต้องจ่ายทั้งสองวิธีตามกฎหมาย พร้อมจุดที่ต้องจด VAT
ตัวอย่าง: ยอดขายออนไลน์ 1,000,000 บาท/ปี → ภาษีที่ต้องจ่าย 11,500 บาท
ใช้วิธีหักค่าใช้จ่ายเหมา 60% — ถ้าต้นทุนจริงสูงกว่านั้นและมีเอกสารครบ เลือกหักตามจริงได้จะประหยัดกว่า ยอดนี้ยังไม่หักภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายระหว่างปี
ตรวจสอบที่มาของตัวเลขได้
อ้างอิงประมวลรัษฎากร เงินได้ 40(8) + มาตรา 48(2) — อัตราลดหย่อนส่วนตัว 60,000 ตรวจสอบ ก.ค. 2569
ยอดขายที่ต้องกรอก คือยอดไหนกันแน่
จุดที่แม่ค้าพลาดบ่อยที่สุดคือเอา ยอดที่โอนเข้าบัญชี มากรอก ซึ่งเป็นยอดที่แพลตฟอร์มหักค่าธรรมเนียมออกไปแล้ว ทำให้รายได้ที่แจ้งต่ำกว่าจริง
รายได้ที่ต้องเสียภาษี = ยอดขายสินค้า − ส่วนลด/โค้ดที่ร้านออกเอง + ค่าจัดส่งที่ผู้ซื้อจ่าย
- ไม่ต้องหักค่าธรรมเนียมออกจากรายได้ — ค่าธรรมเนียมเป็น "รายจ่าย" คนละช่องกับ "รายได้"
- ค่าส่งที่ผู้ซื้อจ่ายนับเป็นรายได้ด้วย แม้เงินจะไหลไปที่ขนส่ง
- ส่วนลดที่แพลตฟอร์มออกให้ (ไม่ใช่ร้านออก) ไม่ต้องหักออกจากรายได้
ดึงตัวเลขจริงได้จาก Seller Centre หัวข้อการเงิน › รายรับของฉัน แล้วเลือกช่วงเวลาและส่งออกเป็นไฟล์
ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม หักเป็นรายจ่ายได้ไหม
ได้ เฉพาะกรณีเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง เท่านั้น ถ้าเลือกหักเหมา 60% แบบที่เครื่องมือนี้คำนวณให้เป็นค่าเริ่มต้น แปลว่ารวมทุกต้นทุนไว้ในก้อน 60% แล้ว จะเอาค่าธรรมเนียมมาหักซ้ำอีกไม่ได้
ค่าธรรมเนียมของแม่ค้าออนไลน์ไม่ใช่ก้อนเล็ก — Shopee ร้าน Non-Mall ปัจจุบันมีทั้งค่าธรรมเนียมการขาย ค่าธุรกรรม และค่าคงที่ต่อออเดอร์ รวมแล้วมักเกิน 19% ของยอด ถ้าต้นทุนรวมทั้งหมดของคุณสูงกว่า 60% ของรายได้ การหักตามจริงจะประหยัดกว่า แต่ต้องเก็บเอกสารให้ครบ โดยขอใบกำกับภาษี/ใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ของค่าธรรมเนียมได้จากระบบ e-Tax ของแพลตฟอร์ม
ดูอัตราจริงรายแพลตฟอร์ม: ค่าธรรมเนียม Shopee · Lazada · TikTok Shop — หรือเทียบกำไรพร้อมกันที่ กำไรขาย Marketplace
ภาษีฟรีแลนซ์ · หัก ณ ที่จ่าย · คำนวณ VAT · ค่าปรับยื่นช้า
คำถามที่พบบ่อย
ขายของออนไลน์เสียภาษียังไง?
รายได้จากการขายของเป็นเงินได้ประเภท 40(8) หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% (หรือตามจริงถ้ามีเอกสาร) แล้วหักลดหย่อนส่วนตัว ที่เหลือคิดภาษีขั้นบันได 5-35% — และต้องเทียบกับวิธี 0.5% ของรายรับ ถ้ารายรับเกิน 120,000 บาทให้เสียตามวิธีที่มากกว่า (วิธี 0.5% ที่คำนวณได้ไม่เกิน 5,000 บาทได้รับยกเว้น)
แพลตฟอร์มส่งข้อมูลให้สรรพากรจริงไหม?
จริง แพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ (Shopee, Lazada, TikTok Shop ฯลฯ) มีหน้าที่รายงานรายได้ผู้ขายให้กรมสรรพากรตามกฎหมาย และธนาคารรายงานบัญชีที่รับโอนถี่ผิดปกติ (400 ครั้ง+ยอดรวม 2 ล้าน หรือ 3,000 ครั้ง/ปี) — รายได้ถึงเกณฑ์ควรยื่นให้ถูกต้องตั้งแต่แรก
ขายเกิน 1.8 ล้านต้องจด VAT ไหม?
ต้องจด รายรับเกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับแต่วันที่เกิน แล้วเก็บ VAT 7% จากลูกค้า ยื่น ภ.พ.30 รายเดือน — ไม่จดโดนย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่ม
ต้องยื่นภาษีปีละกี่ครั้ง?
สองครั้ง: ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี — รายได้ ม.ค.-มิ.ย. ยื่นภายใน ก.ย.) และ ภ.ง.ด.90 (ทั้งปี ยื่นภายใน มี.ค. ปีถัดไป) ภาษีที่จ่ายครึ่งปีเอามาเครดิตตอนยื่นทั้งปีได้
กรอกยอดขายก่อนหรือหลังหักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม?
กรอกยอดก่อนหักค่าธรรมเนียม รายได้ที่ต้องเสียภาษีคือยอดขายสินค้า หักส่วนลดและโค้ดที่ร้านออกเอง บวกค่าจัดส่งที่ผู้ซื้อจ่าย ซึ่งยังไม่ได้หักค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มออก คนจำนวนมากเอายอดที่โอนเข้าบัญชีจริงมากรอกซึ่งเป็นยอดหลังหักค่าธรรมเนียมแล้ว ทำให้รายได้ที่แจ้งต่ำกว่าความจริง ดึงตัวเลขได้จาก Seller Centre เมนูการเงิน หัวข้อรายรับของฉัน
Shopee เป็นตัวแทนหักและนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายแทนร้าน คืออะไร ต้องทำไหม?
เป็นเรื่องที่ผู้ขายมอบอำนาจให้ Shopee หรือ SPX Express หักและนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายแทน อ้างอิงประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฉบับที่ 457 และ 459 โดยการมอบอำนาจต้องเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรเท่านั้น เรื่องนี้เกี่ยวกับการนำส่งแบบ ภ.ง.ด.53 ซึ่งใช้กับผู้รับเงินที่เป็นนิติบุคคล จึงเกี่ยวข้องกับร้านที่จดเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนเป็นหลัก ไม่ใช่แม่ค้าบุคคลธรรมดาทั่วไป ถ้าร้านคุณจดนิติบุคคลควรอ่านรายละเอียดและเงื่อนไขจากประกาศของกรมสรรพากรและหน้าศูนย์การเรียนรู้ผู้ขายของแพลตฟอร์มโดยตรง