คำนวณแอลกอฮอล์ในเลือด (เมาแล้วขับ)
ประมาณค่าแอลกอฮอล์ในเลือดจากที่ดื่ม เทียบเกณฑ์กฎหมาย 50/20 mg% พร้อมสรุปโทษ — เป็นตัวเลขคร่าว ๆ เพื่อเตือนใจ ไม่ใช่ใบรับรองว่าขับได้
⚠️ อ่านก่อนตัดสินใจ
ตัวเลขนี้เป็นการประมาณคร่าว ๆ เท่านั้น ค่าจริงต่างได้มากตามอาหาร ยา สุขภาพ — ห้ามใช้ตัดสินว่า “ขับได้” เด็ดขาด ดื่มแล้วไม่ขับคือทางเดียวที่ปลอดภัย และการปฏิเสธเป่า กฎหมายถือว่าเมา
โทษเมาแล้วขับ (ม.160 ตรี พ.ร.บ.จราจรทางบก)
กฎกระทรวงทดสอบแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2567 · ม.160 ตรี พ.ร.บ.จราจรทางบก · สูตร Widmark (ค่าประมาณ) — ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย/การแพทย์
คำนวณ BMI · คำนวณแคลอรี่ TDEE · คำนวณค่าน้ำมันทริป
คำถามที่พบบ่อย
เกณฑ์ 50 กับ 20 mg% ใครใช้เกณฑ์ไหน?
ตามกฎกระทรวงการทดสอบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของผู้ขับขี่ พ.ศ. 2567 คนทั่วไปถือว่าเมาเมื่อแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 mg% แต่กลุ่มต่อไปนี้ใช้เกณฑ์เข้มเกิน 20 mg%: ผู้ขับขี่อายุต่ำกว่า 20 ปี ผู้ถือใบขับขี่ชั่วคราว ผู้ถือใบขับขี่ประเภทอื่นที่ใช้แทนกันไม่ได้ และผู้ไม่มีใบขับขี่หรือถูกพักใช้-เพิกถอนใบขับขี่
ดื่มแล้วต้องรอกี่ชั่วโมงถึงขับได้?
ตอบเป็นตัวเลขแม่น ๆ ไม่ได้ ร่างกายเผาผลาญแอลกอฮอล์ราว 15 mg% ต่อชั่วโมง แต่ต่างกันมากตามคน อาหาร ยา และสุขภาพ ตัวเลขในหน้านี้เป็นแค่ค่าประมาณคร่าว ๆ ทางเดียวที่ปลอดภัยแน่นอนคือดื่มแล้วไม่ขับ ให้คนไม่ดื่มขับ เรียกรถ หรือค้างที่พัก
ปฏิเสธเป่าแอลกอฮอล์ได้ไหม?
ปฏิเสธได้แต่ไม่ช่วยอะไร เพราะมาตรา 142 พ.ร.บ.จราจรทางบก ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ที่ไม่ยอมให้ทดสอบเป็นผู้เมาสุรา ตำรวจดำเนินคดีฐานเมาแล้วขับได้เหมือนเป่าแล้วเกินเกณฑ์
กินข้าว ดื่มกาแฟ หรืออาบน้ำ ช่วยให้สร่างเร็วขึ้นไหม?
ไม่ช่วย แอลกอฮอล์ที่ดูดซึมเข้าเลือดแล้วต้องรอตับเผาผลาญอย่างเดียว (~15 mg% ต่อชั่วโมง) กาแฟทำให้รู้สึกตื่นแต่ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดเท่าเดิม สิ่งเดียวที่ลดแอลกอฮอล์ในเลือดได้คือเวลา